Or There's No Mercy ...

posted on 30 Aug 2009 12:50 by pretty-nightmare  in Earth

Photobucket

บางครั้งฉันก็ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ 

ฉันเป็นห่วงสิ่งต่างๆ รอบตัวมากมาย 

 

ห่วงหมาข้างถนน

 

ห่วงคนจน

 

ห่วงคนแก่ที่นั่งขอทาน

 

ห่วงเด็กผู้ชายที่นั่งขายปากกาอยู่ที่ย่านสยามแสควร์… 

แต่งานหลักที่ทำ กลับเป็นงานในสายแฟชั่นงานที่เกี่ยวกับความสวยงาม

ความหรูหราฟุ่มเฟือยของบุคคลบางกลุ่ม

มือก็เขียนไปแต่ในหัวก็คิดเสมอว่า ชีวิตนี้คงไร้ค่าถ้าหากไม่เคยทำอะไรเพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นเลย 

มันคงจะดีนะถ้ามีชีวิตเพื่อสิ่งที่มีประโยชน์กว่านั้น

แต่เพราะมีครอบครัวที่ยังต้องประคับประครอง ฉันจึงต้องทำงานเพื่อเติบโตเป็นเสาหลักให้พวกเขา จึงไม่สามารถเป็นอาสาสมัครที่จะออกไปไหนได้ง่ายๆ

สิ่งที่ทำได้ก็เพียงช่วยมูลนิธิและองค์กรต่างๆโดยการหักเงินในบัญชีเดือนละครั้ง …

เป็นจำนวนไม่กี่ร้อยบาท… 

 

แรกๆ ก็รู้สึกว่ามันเพียงพอ เราได้ทำประโยชน์แล้ว แต่พอได้รู้ได้เห็นสถานการณ์หลายๆ อย่าง

ทั้งจากหนังสารคดี

บทความต่างๆ ในหนังสือและทางอินเตอร์เน็ต ฉันกลับรู้สึกว่าสิ่งที่ทำมาทั้งหมด มันช่างไร้สาระสิ้นดี

 

เงินเกือบ 300 บาทที่เสียไปทุกเดือนมันไม่สามารถหยุดยั้งความโหดร้ายของมนุษย์ได้เลย… 

 

ปลาวาฬไม่ได้ถูกล่าน้อยลง…  ลูกเสือตัวเล็กๆ ไม่สามาถกลับสู่ไออุ่นของแม่ได้…  นายพรานก็ยังคงเข่นคร่าสัตว์น้อยเหล่านั้นเช่นเดิม…  คนใหญ่คนโตยังซื้อขายซากไร้ชีวิตของเสือโคร่งด้วยเงินนับแสนเพียงเพื่อเสริม บารมีที่มองไม่เห็น

 

และฉันรู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก เมื่อได้รู้ว่าคนรู้จักของฉันคนหนึ่งได้กลายเป็นหนึ่งในขบวนการล่าชีวิตเพื่อการค้าชีวิตที่แหลกเหลว ติดหนี้พนันบอลจนไม่มีบ้านจะอยู่ นั่นทำให้มีเหตุผลพอที่จะทำเช่นนี้หรือ

 

แม้เพื่อนคนนี้ไม่ได้เป็นคนลงมือปลิดชีพแต่ก็เป็นผู้รู้เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง

 

รู้เส้นทางการขนส่งตั้งแต่ต้นสายยันปลายสาย

 

รู้กลโกงที่พ่อค้าอัดแป้งใส่ตัวนิ่มตัวเล็กๆ นับร้อยให้อ้วนใหญ่จนหนักพอที่จะขายได้กำไรสูงๆ

 

หลายตัวสำลักแป้งตายคาที่ด้วยซ้ำ… 

 

เขาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังว่าวันก่อนเพิ่งไปซื้อเสือคืนมาจากตำรวจเพื่อคืนให้กับนายทหารใหญ่คนหนึ่ง ชื่อนายทหารคนนั้นพูดไปก็รู้จักทั้งประเทศ

 

คนที่มีคำว่า เสธ.” นำหน้าชื่อเล่นที่พ้องกับสีเลือดของเสือโคร่ง

 

ร่างไร้วิญญาณของเสือสองตัวที่ถูกตำรวจยึดไว้ถูกมอบคืนอย่างง่ายดายด้วยเงินหลักแสน 

 

ฉันรู้สึกสะท้อนใจเหลือเกิน… 

 

ไม่รู้ว่าเขี้ยวที่แฝงด้วยแรงอาฆาตของสัตว์ที่เคยเดินอยู่ในป่าอย่างสง่างาม จะทำให้หน้าที่การงานหรือตำแหน่งของคนเจริญได้อย่างไร ยิ่งกับคนที่ไม่เห็นคุณค่าของสัตว์ที่มีลมหายใจด้วยแล้ว

 

ฉันมองไม่เห็นเหตุผลหรือความศักสิทธิ์ใดๆ เลย

แค่เพียงเศษเสี้ยวของความจริงทั้งหมด ยังทำให้เศร้าสะเทือนใจขนาดนี้

แล้วความจริงทั้งหมดมันจะโหดร้ายขนาดไหนกัน

 

พวกเขายังมีความเป็นมนุษย์กันอยู่บ้างรึเปล่านะ?  

หลายคนบอกฉันว่าเราทำอะไรไม่ได้ เมื่อ WWF, Green Peace, PETA ยังไม่มีบทบาทอย่างจริงจังในประเทศนี้ ส่วนรัฐบาลแค่แก้ปัญหาของมนุษย์ก็จะเอาตัวไม่รอดแล้ว

เรื่องสัตว์ป่าคงเป็นเรื่องสุดท้ายที่พวกเขาจะนึกถึง

 

มันเป็นเรื่องยากและขบวนการเหล่านี้มีเครือข่ายที่ใหญ่โตยิ่งนัก 

 

มันก็อาจจะจริงฉันคงทำอะไรได้ไม่มาก 

แต่ได้โปรดเถอะ…  ใครที่ทราบเรื่องราวเหล่านี้ ช่วยกันหาทางหยุดยั้งกระบวนการเหล่านี้ที ช่วยบอกต่อๆ กันไปว่ายังมีการทำร้ายชีวิตของเพื่อนร่วมโลกอยู่ขณะนี้

ทุกนาทีที่เราอยู่เฉยๆ มีสัตว์นานาชนิดต้องตายไปมากมาย 

 

สัตว์ที่แสนสวยงาม

 

สัตว์ที่มีวิญญาณบริสุทธิ์

 

สัตว์ที่เคยเติมเต็มจิตนาการของเราในวัยเด็ก

 

สัตว์ที่เราเคยจูงมือพ่อแม่ไปดูที่สวนสัตว์และหวังว่าจะได้สัมผัสมันสักครั้ง...

 

สัตวเหล่าซึ่งร่วมหายใจอยู่บนโลกเคียงข้างกับเราเสมอมา

 

ฉันจะคอยสืบเรื่องราวจากเพื่อนคนนี้สอบถามเส้นทางไปเรื่อยๆ

จดบันทึกทุกสิ่งไว้จนกว่าจะหาหนทางเอาผิดคนเหล่านั้นได้จริงๆ 

 

ใครที่เฝ้าบอกว่าเวรกรรมมีจริง

ก็ช่วยแสดงให้คนรุ่นนี้ได้เห็นดูสักที

 

ถ้าอยากให้เราเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นมีจริง ไม่ต้องรอจนถึงชาติหน้าได้ไหม… 

อย่าให้คนที่ต้องทุกข์ใจเป็นเค่ฉันกับสัตว์เหล่านั้น ได้โปรดเถอะ...   

 

 

 

edit @ 3 Sep 2009 10:24:56 by Pretty Nightmare